จะหาเงินด่วน ก็ควรระวังอย่าให้โดนหลอก

By | 30th March 2017

สำหรับผู้จะต้องการยืม เงินด่วน ทั้งหลายแหล่ ส่วนมากแล้วไม่ได้คิดอะไรจำนวนมาก ด้วยความทุกข์ร้อนที่มีอยู่ ผู้ใดกันจะให้ทำอะไรก็พร้อมกระทำตามอยู่แล้วขอให้ได้เงินกู้แค่นั้น ทำให้มิจฉาชีพมีหนทางมากมายก่ายกองในการฉ้อโกงเหยื่อให้โอนเงินก่อน แม้จะมีการตักเตือนมากไม่น้อยเลยทีเดียวเต็มหน้าเว็บไซต์ก็ราวกับจะช่วยอะไรมิได้เลย

บางรายแจ้งมาทางแอดไม่นว่า มองเห็นทางฝั่งคนคดโกงส่งบัตรประจำตัวว่าเป็นข้าราชการของเมืองบ้างอะไรบ้าง ก็หลงมั่นใจว่าจะไม่โดนฉ้อโกงแน่นอน ผู้ให้บริการ เงินด่วน บางรายก็พูดว่าเป็นข้าราชการของบริษัทปลดปล่อยเงินกู้ยืม ให้ทดลองค้นหาชื่อบริษัทในเน็ตแล้วโทรไปตามเบอร์นั้นๆแล้วจะคอยรับสาย ข้อเท็จจริงแล้วการตั้งบริษัทมิได้เกี่ยวกับว่าคดโกงไม่ทุจริต เพราะเหตุว่าการเช็คว่ามีบริษัทนั้นอยู่จริงก็ไม่สามารถที่จะตรวจตราอะไรได้ว่าคนที่กำลังทำทีว่าจะปลดปล่อยกู้นั้นมีอยู่จริงหรือเปล่า

แล้วก่อนหน้าที่ผ่านมามีคนแจ้งเหตุฟ้องกับคนขี้โกงไหม ก็จำเป็นต้องพูดว่ามี แม้กระนั้นสิ่งที่เป็นปัญหาก็คือกระจ่างจับคนไหนกันพวกเราจะต้องทราบดีว่าเขาผู้นั้นเป็นคนไหนกันแน่ แล้วก็ทำผิดจริงหรือเปล่า ซึ่งการเสาะหามีอยู่ร่วมกัน 3 แนวทางร่วมกัน

1. แสวงหาจากเลขบัญชีที่ได้รับการโอนเงินไป โน่นเป็นเมื่อมิจฉาชีพทำทีว่าจะปลดปล่อยกู้ยืมด่วน แล้วหลอกให้โอนค่าธรรมเนียมหรือค่าใดๆ ก็จะมีการแจ้งเลขบัญชีมา พวกเราก็สามารถเอาเลขลำดับบัญขีดังที่ได้กล่าวมาแล้วไปฟ้องร้องได้ แม้กระนั้นใจความสำคัญเป็น เลขบัญชีดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วจะเป็นของมิจฉาชีพจริงไหม หรือเขาไปขอใช้บัญชีคนอื่นๆ หรือไปว่าจ้างเปิดบัญชีมา

สิ่งที่ตำรวจทำเป็นเป็น เมื่อพวกเราไปฟ้องร้อง กระทั่งท ตำรวจก็จะทำหนังสือไปยังแบงค์เพื่อขอรู้ชื่อที่อยู่ แล้วออกหมายเรียกให้ผู้ครอบครองบัญชีมาแจกแจง การที่พวกเรารู้สึกว่าจะไปอายัดบัญชีนั้นๆเพื่อไม่ให้มีการเบิกเงินออกไป ก็จำเป็นต้องพูดว่า เพียงพอพวกเราโอนเงินปั้บ ทางนู้นก็กดเงินออกมาทันครั้ง กว่าพวกเราจะรู้สึกตัวว่าโดนหลอก ไปฟ้องร้อง กว่าหนังสือจะออกไปยังแบงค์ก็ใช้เวลาหลายชั่วโมง การโทรไป call center ของแบงค์แล้วอายัดบัญชีนั้น ไม่มีแบงค์ไหนยอมปฏิบัติตามแน่ๆเนื่องด้วยไม่เช่นนั้นใครๆก็อ้างถึงว่าถูกโกงแล้วแจ้งขออายัดไปทั่ว แบงค์ก็จะโดนฟ้องเอาได้กล้วยๆ

2. สืบเสาะหาจากเลขโทรศัพท์ ซึ่งแม้ทางมิจฉาชีพเอามาใช้ในลัษณะของการโทรติดต่อกับเหยื่อ ซึ่งแม้ได้มีการติดต่อสื่อสารกันจริง รวมทั้งพวกเรารู้ลำดับที่โทรศัพท์ ก็สามารถนำลำดับที่โทรศัพท์ดังที่กล่าวถึงมาแล้วไปแจ้งเหตุกับข้าราชการได้ ซึ่งขั้นตอนก็คือเมื่อพวกเราฟ้องร้องแล้ว ทาง จนกระทั่งท ตำรวจก็จะทำหนังสือไปยังผู้ให้บริการโทรศัพท์เพื่อขอรู้ชื่อที่อยู่ แล้วส่งหมายศาลเพื่อผู้ครอบครองเบอร์โทรศัพท์มาให้คำให้การ

พวกเราจะมั่นใจได้ยังไงว่าผู้ครอบครองเบอร์โทรศัทพ์เป็นบุคคลผู้เดียวกับคนที่คดโกงพวกเราไป เขาบางทีอาจจะใช้เบอร์ของพี่น้องหรือของเพื่อนพ้องอยู่ก็ได้ และก็มิจฉาชีพปลดปล่อยกู้ยืมด่วนก็รู้เรื่องนี้ดีเลยชอบหลบหลีกการติดต่อกันทางโทรศัพท์แม้กระนั้นจะนิยมติดต่อผ่านทาง Line แทน ซึ่งจะมีผลให้เรียกตัวได้ยากขึ้น

ด้วยเหตุนี้การติดตามหาตัวมิจฉาชีพปลดปล่อยเงินด่วนด้วยเบอร์โทรศัพท์ก็ถือเกิดเรื่องยุ่งยากไม่น้อย แต่ว่าก็ยังเพียงพอมีหนทางอยู่บ้าง พวกเราจึงต้องควรติดต่อผ่านโทรศัพท์ให้ได้ก่อน ไต่ถามชื่อที่อยู่ของผู้ปลดปล่อยกู้ให้แจ่มกระจ่างว่าเป็นคนไหน ถ้าหากเขาส่งภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชนมา ก็ควรจะให้เขาส่งรูปถ่ายใบเสร็จรับเงินล์ค่าใช้จ่ายสำหรับโทรศัพท์มาด้วย

3. สืบจากลำดับที่ IP ที่ลงประกาศตามเว็บไซท์ แน่ๆว่าคนที่ตกระกำลำบากทางการเงิน ก็ย่อมหาผ่านเน็ตเพราะว่าเป็นแนวทางที่สบายเร็วทันใจ ซึ่งผู้ลงประกาศโดยมากก็จำเป็นจะต้องลงประกาศโฆษณาบริการของตนตามเว็บไซท์ต่างๆนำมาซึ่งการก่อให้เกิดร่องรอยการลงประกาศว่ามาจากเครื่องไหนนั้นเป็น เลขลำดับ IP นั้นเอง

การเสาะหาเลขลำดับ IP นั้นเมื่อผู้ตกระกำลำบากฟ้องร้องกับตำรวจแล้ว ทางข้าราชการก็จะทำหนังสือไปยังกระทรวงดิจิตอลเพื่อแสวงหาว่าผู้ที่ลงประกาศ เงินด่วน ดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วเป็นคนใด ทางกระทรวงดิจิตอลก็จะค้นหาว่าผู้ครอบครองเว็บไซท์ดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นเป็นคนใด แล้วส่งหนังสือไปยังผู้ครอบครองเว็บไซต์ ทางผู้ครอบครองเว็บไซต์จะร่วมมือไหม หรือนานมากแค่ไหนกว่าจะตอบก็ไม่สามารถรู้ได้

ถ้าทางผู้ครอบครองเว็บไซท์ตอบเลข IP ไปแล้ว ทางกระทรวงดิจิตอลก็จะกระทำการตรวจดูว่า ณ เวลานั้นเลขลำดับ IP นั้นมาจากไหน ถ้าเกิดมาจากร้านค้า internet cafe ก็จำเป็นต้องทำถามไปยังร้านค้านั้นๆว่า รู้หรือไม่ว่าใครเป็นสาวใช้เครืองนั้นๆต่อเน็ต ซึ่งร้านค้าไม่มีกล้องวงจรปิดหรือการระบุตัวตนก็ไม่สามารถที่จะสืบเสาะหาถัดไปได้

หรือถ้าหากเป็นเลขลำดับ IP จากระบบ smartphone ทางกระทรวงดิจิตอลก็ควรต้องไต่ถามไปยังผู้ให้บริการเพื่อรู้ว่าคนไหนกันแน่เป็นเจ้าของ SIM ทำให้ราวกับในกรณีที่ 2 นั้นเป็นจำต้องสืบจากเบอร์โทรศัพท์ ซึ่งจะมั่นใจได้เช่นไรว่า ผู้ให้บริการ เงินด่วน รายนั้นเป็นผู้ครอบครองเบอร์ตัวจริง

จะมองเห็นได้ว่า การแสวงหาว่าผู้ใดกันแน่เป็นมิจฉาชีพนั้นทุกข์ยากมากมาย ทำให้มิจฉาชีพเงินด่วนมีอยู่กระจัดกระจายเมือง และก็ถ้าหากเหยื่อไม่รอบคอบพอเพียง ก็จะหลงกลายเป็นเหยื่อของคนปลดปล่อยเงินด่วนกำมะลอเหล่านีั มิจฉาชีพจะบากบั่นชักชวนทุกวิธีการเพื่อเหยื่อโอนเงินให้ได้ แม้จะน้อยก็ตามด้วยเหตุว่าจัดว่ามิได้ลงทุนอะไร บางรายจะต้องการยืมเงินหลักแสนหลักล้าน ภาพของค่าธรรมเนียมหลักหมื่นก็เลยบางทีอาจจะรู้สึกไม่มากมาย พอเพียงโอนเงินไปแล้วจึงมีความรู้สึกว่าโดนหลอกแล้วมานะแสวงหาตัวคนคดโกง ก็จำต้องบอกหัวแข็งที่จะทราบดีว่าเป็นผู้ใดกัน

ด้วยเหตุดังกล่าวเวลาพวกเราไปฟ้องร้อง ปัญหาที่ตำรวจจะถามพวกเราเป็น แล้วคุณทึ่มโอนเงินไปให้เขาเพราะเหตุใด ถ้าเกิดผ่านด่านโดนดูถูกเหยียดหยามนี้ไปมิได้ ก็อย่าไปฟ้องร้องให้เสียความรู้สึกเลยดียิ่งกว่า สิ่งที่จำเป็นต้องท่องไว้อย่างเดียวว่า อย่าโอนเงินก่อนไม่ว่ากรณีอะไรก็ตาม

หากท่านมีหลักฐานด้านการเงินพร้อม แล้วก็อยาก กู้ยืมเงิน เสนอแนะว่าให้กู้หนี้ยืมสินในระบบจะเป็นเรื่องดีที่สุด อาจจะเริ่มต้นจากผลประโยชน์เงินกู้ยืมในสถานที่สำหรับทำงาน สหกรณ์ของสถานที่ทำงาน ไฟแนนซ์ หรือแบงค์ จะเป็นเรื่องดีที่สุด อย่าให้มิจฉาชีพ เงินด่วน มาหาเลี้ยงชีพกับความหน้าร้อนของท่านได้